วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555


















หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  ป่วยแล้วจนsssss
กระดูกสันหลัง จะมีกระดูกหลายๆ ชิ้นวางซ้อนกันอยู่ ระหว่างกระดูกเหล่านี้ก็จะมีหมอนรองกระดูกค่อยคั่นอยู่ ค่อยทำหน้าที่รับแรงกระแทกเวลาร่างกายเคลื่อนไหว  หมอนรองกระดูกด้านนอกเป็นเอ็นแข็งล้อมรอบสายที่เป็นไส้หมอนอยู่  ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุหรือมีการปวด เกรงของกล้ามเนื้อเป็นเวลานานเกินไป จะทำให้ไส้หมอนแตกออกมา ไส้หมอนที่อยู่ข้างในก็จะออกมาทับเส้นประสาทที่อยู่ด้านข้างของหมอนรองกระดูก  ทำให้รู้สึกปวดร้าวไปที่ขา และทำให้ ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง
อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
1.ปวดร้าวสะเอว หลัง สะโพก ขาลงไปจนถึงนิ้วเท้า และปวดร้าวหลังไปจนถึงต้นคอ และจะมีความถี่ความรุนแรงในการปวดมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้
2.แขนขามีอการอ่อนแรงไม่มีเรียวแรง
3.มีอาการขาชา กล้ามเนื้อขาเริ่มมีขนาดเล็กลีบลง(ตามชนบทมักจะบอกว่าโดนคุณไสย แล้วพาผู้ป่วยไปลดน้ำมนต์ ไปรดสักร้อยวัดก็ไม่หายหรอก55555) สุดท้ายสูญเสียความสามารถในการเดิน
การตรวจหาสาเหตุอาการหนักเบาของอาการทำได้โดยการทำMRI(เป็นการสแกนโดยใช้คลื่นแม่เหล็กมีความละเอียดมากกว่าการX-RAY)
ข้อควรระวังในการดูแลตัวเองของผู้ที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
1.ห้ามยกของหนักเกินกำลัง หรือยกของผิดท่าผิดวิธี
2.ห้ามนอนที่นอนที่นุ่มเกินไป(มีผลต่อแนวกระดูกสันหลัง)
3.หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวและการสั่นสะเทือนที่มีผลเสียต่อแนวกระดูกสันหลัง
4.งดการรับประทานหน่อไม้ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
การรักษา(ในโรงพยาบาลรัฐฯ)
1.ในช่วง5-6เดือนแรกแพทย์จะทำการนัดตรวจดูอาการทุกๆ 2สัปดาห์ จะมีค่ายาอยู่ประมาณครั้งละ 2500-3500 บาท  (รวมแล้ว 6 เดือนจะต้องจ่ายค่ายาประมาณ 30000 - 42000 บาท)
2.เมื่อผู้ป่วยและแพทย์มีความพร้อมและสะดวกตรงกันแพทย์จะเริ่มนัดวันเวลาในการผ่าตัดรักษา(ซ่อมแซมตบแต่งหมอนรองกระดูก) มีค่าผ่าตัดโดยประมาณการขั้นต่ำ 80000 บาทและอาจจะมากกว่านั้น
3.เมื่อผ่านการผ่าตัดแล้วจะต้องนอนพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ ต่อเนื่องอีก 3 เดือน ห้ามทำงาน(มีแต่รายจ่ายทั้งนั้นเลย)
4.เมื่อพักรักษาตัวครบ 3 เดือนตามคำสั่งแพทย์แล้ว ก็ต่อด้วยการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องอีก 3 เดือน (ยังทำงานตามปกติไม่ได้ มีแต่รายจ่ายส่วนรายได้ไม่มี แล้วจะรวยไหมครับ)
5.คนที่ผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 จะต้องทำการดามเหล็กไว้ข้างในด้วยเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของแนวกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก
ค่าใช้จ่ายในการรักษานี้เป็นข้อมูลจากผู้ป่วยที่เคยผ่านการรักษาในโรงพยาบาลรัฐฯเท่านั่น ส่วนการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจะต้อง คูณ3เป็นอย่างน้อย  สำหรับผู้ป่วยที่มีประกันสังคมหรือรับราชการหรือเป็นลูกจ้างรัฐวิสาหกิจก็ถือว่าโชคดีไม่ต้องมีภาระทางการเงินในการรักษาตัว


การใช้ยาใดๆไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ จะให้ได้ผลดีเป็นที่พึงพอใจและประทับใจนั้น ผู้บริโภคจะต้องใช้ยาชนิดนั้นๆให้ตรงกับปัญหาสุขภาพของตนที่เป็นอยู่ หากไม่มั่นใจหรีอไม่แน่ใจ ผู้บริโภคควรได้รับการตรวจและแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพ และการรักษาสุขภาพของตนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้นๆก่อนใช้ยา

หากท่านมีปัญหาสุขภาพบ่อยหรือเรื้อรัง ขอเชิญรับการตรวจสุขภาพฟรี 

โดย คุณหมอเส็ง


 (สุดยอดแพทย์ทางเลือกและหมอสมุนไพรของทวีปเอซีย
)

 
ติดต่อขอรับสิทธิตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ 083-2994748



ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ตราหมอเส็ง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อยตราหมอเส็ง

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555


ตกขาวปกติอาการที่ผู้หญิงทุกคนต้องเป็น  แต่อาการตกขาวผิดปกติคือสิ่งที่สร้างความรำคาญใจและทำลายความมั่นใจของผู้หญิง  ( สาวประเภท2ไม่เกี่ยวนะฮ้า )

   ตกขาวปกติ  ตกขาวที่ปกติควรจะไม่คัน และไม่มีกลิ่น ถ้าตกขาวของท่านมีลักษณะดังที่กล่าวมานี้ถือว่าปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา 
ตามปกติแล้วในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อีกนัยหนึ่ง คือ สตรีที่อยู่ในช่วงอายุที่ยังมีประจำเดือน หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเต็มที่) จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามระยะของประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีผลต่อการลักษณะของเหลวที่สร้างขึ้นมาจากอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรี ดังเช่น ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ในช่วงเวลานี้ จะมีตกขาวลักษณะค่อนข้างเหลวใส ๆ ปริมาณมากกว่าระยะเวลาอื่น ส่วนตกขาวในระยะเวลาอื่นจะมีสีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก 
     ตกขาวผิดปกติ คือตกขาวที่มีกลิ่นและมีสีที่ผิดปกติ ตกขาวผิดปกติจะมีลักษณะที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาข้างต้น จะมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากการติดเชื้อ และสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ

    ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ

ตกขาวจากสาเหตุนี้ เกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา และพยาธิในช่องคลอด ตกขาวประเภทนี้ บางชนิดจะมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังจะกล่าวต่อไป

1.ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส

เชื้อไวรัสบางชนิดเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาโดยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ บางครั้งอาจไม่มีอาการชัดเจน ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ได้แก่ โรคเริมซึ่งเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีอาการเป็นตุ่มใส ๆ ขนาดเล็ก ต่อมาจะแตกเป็นแผลแสบ มีตกขาวสีเหลืองมีกลิ่นผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งแรกที่ปรากฏอาการ
2.ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย

ตกขาวประเภทนี้มักมีสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว อาจมีอาการคันในบางราย เชื้อบางชนิดอาจเกิดตกขาวมีกลิ่นคาวปลาหลังการร่วมเพศ แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อจากโรคหนองในจะมีตกขาวสีเหลืองจัด อาจร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดได้

3.ตกขาวมีสาเหตุจากเชื้อรา
เชื้อราในช่องคลอดมักทำให้เกิดอาการตกขาวสีขาว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา และมีอาการคันช่องคลอด การตกขาวชนิดนี้มักไม่ได้เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ น้ำยาสวนล้างช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยกำลังใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน

4.ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด
พยาธิชนิดนี้เป็นโรคติดต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง มักมีสีเหลือง อาจเห็นเป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด และอาจมีกลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย

ตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
1.ตกขาวที่มีสาเหตุจากการอักเสบภายในเนื่องจากภาวะมดลูกหย่อน
2.ตกขาวที่มีสาเหตูจากการแพ้ยาหรือแพ้สารเคมี ตกขาวผิดปกติประเภทนี้ มีสาเหตุได้จาก การระคายเคืองหรือแพ้สารเคมี จากมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี (เช่น มะเร็งของปากมดลูก ช่องคลอด ท่อนำไข่) รวมทั้งเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด
      ถ้าอาการตกขาวของท่านมีสาเหตุจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ท่านควรจะได้รับการตรวจหาพร้อมกับการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นที่อาจเกิดร่วมด้วย รวมทั้งต้องมีการตรวจรักษาคู่สมรสด้วย จึงจะไม่ทำให้ท่านและคู่สมรสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดโรคขึ้นซ้ำอีกในภายหลัง
       ตกขาวผิดปกติคือเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงทุกๆคน และเป็นเรื่องใหญ่มากๆสำหรับผู้หญิงที่มีครอบครัว เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนอยากให้ภรรยาเป็นตกขาวผิดปกติ

ยาน้ำว่านชักมดลูก 111 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555


Herbal Life
Herbal Life
The body is back to normal. Then back to health. Requires continuous care. The foodwas very clean and hygienic. Refrain from smoking. And alcohol and various drugs. To adjust to the lifestyle. Correct principles of nature (life hours) sleep properly andadequately. By Herbal Doctor Brand Seng. Products that have value as authentic doctorsSeng (Dr Chatchai tiered solar light) and adjust the balance of the four elements, theelements of the body.
1. Rare earth 20 parts (body structure of the bones, muscles, skin and organs to all parts of the body)
2..Water 12 parts (which is liquid in the body).
3. Wind 6  parts (the body of oxygen to various parts of the body. And carbon dioxideexcretion from the body side).
4. Fire 4 parts (energy and immune antibodies in the body).
To work together to promote the normal balance of the body.As a sign of the good life is back.1. Dine. Complete digestion. Encourage appetite.2. Excrete waste from the body is normal and on time.3. Refreshing sleep efficiency is weak.The three factors which are an indicator of good health. This will certainly come back to you then. Your health is strong. Disease lived to step away and not show symptoms of the disease and a full recovery was not possible. Through the body's natural mechanisms.Dr. Seng products. It's not a cure. But a cure for life. The balance of the four elements is usually coupled with the discipline of our lives in accordance with the principles of nature.It would make a good mental and physical health. The following is perfectly balanced.
 

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

ไมเกรน....เคมีในสมองไม่ปกติ
@ อาการปวดศีรษะจากความเครียด มักเป็นแบบปวดซีกใดซีกหนึ่ง หรือทั่วทั้งศีรษะ ปวดต่อเนื่อง มักมีอาการเจ็บบริเวณคอและหลังส่วนบน ร่วมกับอาการหน้ามืด ตาลาย และเวียนศีรษะ
@ ปวดคลัสเตอร์ เป็นแบบตุ๊บซีกหนึ่งของศีรษะ วันละหลายครั้ง อาจต่อเนื่องหลายเดือน
@ ไมเกรน มักปวดตุ๊บๆ เริ่มต้นที่ขมับหรือตาข้างหนึ่ง จากนั้นลามไปทั้งซีก หรือ 2 ข้าง
มักมีคลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสงจ้า ร่วมด้วย
@ อาจมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่น เห็นแสงสว่างวาบๆ หรือเห็นเป็นคลื่น มีอาการเจ็บแปลบ ตาพร่า เวียนศีรษะ และมีเสียงก้องในหู เหงื่อออก หนาว อ่อนเพลีย ใบหน้าบวม โกรธฉุนเฉียวง่าย ทนเสียงดังหรือแสงจ้าวูบวาบไม่ได้
@  พบในหญิง : ชาย = 3:1 เป็นในช่วงอายุ 25 – 55 ปี โดยพันธุกรรมมีส่วนร่วม
สาเหตุ ไมเกรนอยู่ในประเภทที่มีอาการปวดศีรษะ โดยไม่พบพยาธิสภาพ แต่ก็มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พอสรุปได้ว่าไมเกรนน่าจะเกิดจากความผิดปกติของก้านสมองคอร์เท็กซ์ ซึ่งเกี่ยวกับการเพิ่มของแคลเซียม กลูตาเมท และการลดลงของแมกนีเซียม การกระตุ้นเส้นประสาทสมองที่ 5 (Trigeminal Nerve) หรือหลอดเลือด การทำงานที่ผิดปกติของก้านสมองและส่วนกลาง รวมถึงเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีประวัติไมเกรนในครอบครัว
90% เกิดจากความเครียด
เซลล์ในสมองเป็นผู้หลั่งสารระงับอาการปวด gamma–aminobutyric acid–GABA หากเซลล์สมองเสื่อมสภาพบกพร่องในหน้าที่ ย่อมทำให้อาการปวดกำเริบ
การมีโรคของหลอดเลือดในสมอง บริเวณ thalamus ส่วนหลัง ครึ่งซีกของด้านตรงข้ามรอยโรค ก่อให้เกิดลักษณะปวดเป็นพักๆ ที่เรียก thalamic pain
ผลจากการขยายและหดตัวผิดปกติของหลอดเลือด หลอดเลือดในสมองมีการหดเกร็ง และขยายตัวอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองที่เรียกซีโรโทนิน ซึ่งหากลดลงมีผลให้ปวดมากขึ้น
โครงสร้างที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวด ได้แก่ ในส่วนของสมอง หลอดเลือด เส้นประสาท สมองคู่ที่ 5, 7, 9, 10 ตลอดจน C2 และ C3 รวมไปถึงโครงสร้างภายนอกโพรงกระโหลกศีรษะ ได้แก่ ผิวหนัง หนังศีรษะ ตา หู ไซนัส ช่องปาก ฟัน ลำคอ กล้ามเนื้อ พังผืด (fascia)
หัวใจขาดเลือด ก็เป็นเหตุให้เกิดปวดศีรษะได้
สาเหตุร่วม เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ความเครียด ระดับฮอร์โมนเปลี่ยน เช่น ช่วงใกล้มีประจำเดือน หมดประจำเดือน ตั้งครรภ์ ใช้ยาคุม อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิ แสงส่องจ้า กลิ่นรุนแรง ควันไฟ ควันบุหรี่ ซึมเศร้า อดนอน ยาบางชนิด อาการขาด caffeine

อาการปวดศีรษะที่ควรพบแพทย์
มีอาการปวด หลังจากศีรษะกระทบกระแทกของแข็ง แล้วมีอาการตาพร่ามัว หรืออาเจียน ในเวลาต่อมา
เป็นพร้อมไข้ คอแข็งเกร็ง สับสน พูดตะกุกตะกัก แขนขาอ่อนแรง
ชาริมฝีปาก ลิ้น หน้า พูดจาตะกุกตะกัก อาเจียน วิงเวียน อ่อนแรง

การรักษา ขณะปวดรุนแรง สารเสริมอาหารมักช่วยได้น้อยมาก ต้องใช้ยาระงับปวดโดยแพทย์
ยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อไมเกรนได้แก่ ยา ในกลุ่มเออร์กอท (ergot) หรือ ทริพแทน (triptan) แต่ไม่ควรใช้ร่วมกัน ห้ามใช้ในโรคความดันสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือสมอง โรคตับ ไต ภาวะติดเชื้อ เออร์กอทยังห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร
การกินยาแอสไพริน หรือยาระงับปวดต่างๆ จะบั่นทอน แทรกแซง ความสามารถในการต่อสู้กับความเจ็บปวดตามธรรมชาติของร่างกาย อาจทำให้อาการปวดศีรษะถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้น อีกทั้งมีโอกาสติดยาได้
การกดจุด ฝังเข็ม โดยผู้ชำนาญก็เป็นการแพทย์ทางเลือก ที่อาจช่วยได้

แนวทางพึ่งตนเอง เพื่อลด เลี่ยงการใช้ยา
แมกนีเซียม เป็นสารสำคัญที่ขาดไม่ได้ หากเกิดการขาดแมกนีเซียม หรือวิตามินบี 6 ทำให้การสร้างซีโรโทนินขาดไป ส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัว ไปกระตุ้นเซลล์ประสาท  ปวด มีการศึกษาบ่งชี้ว่า แมกนีเซียมอาจช่วยป้องกันไมเกรนได้ดี
อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ถั่วต่างๆ ผักใบเขียว ธัญพืช ขนาดที่แนะนำคือ 6 mg/kg/d
Ca 1000 mg/d ก็พบว่าช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนในหญิงวัยหมดประจำเดือนได้ดี
B2 (Riboflavin) เมื่อร่างกายขาดจะทำให้เสียการปลดปล่อยพลังงานสำรอง จากคาร์โบฮัยเดรท พบว่าการเสริม B2 ขนาด 400 mg/d เป็นเวลา 3 เดือน ช่วยลดความถี่ของระยะเวลาการปวดไมเกรนได้
B3 (Niacin) ก็มีรายงานผลช่วยลดอาการปวดไมเกรน มักให้ร่วมกับแมกนีเซียม
B5 (Pantothenic acid) และวิตามิน C ช่วยเสริมการผลิตฮอร์โมนต้านความเครียด (Catecholamine) ซึ่ง
ในภาวะเครียดมีการใช้วิตามินซี และ B5 มาก
B6 เป็นสารจำเป็นต้องใช้สร้างซีโรโทนินร่วมกับ Mg ดังกล่าวแล้ว การเสริมช่วงก่อนมี รอบเดือน 5 – 10 วัน พบว่าช่วยเพิ่ม ซีโรโทนิน ช่วยลดอาการปวด
การขาด Folic ก็ก่อให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้
ธาตุเหล็ก นั้น หากขาดไปก็ปวดหัวได้
น้ำมันปลา n3 ลดความรุนแรงและความถี่ของการปวดได้ หากขาดทำให้เสียความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของการหดเกร็ง ปวดนั่นเอง
CoQ10 มีงานวิจัยจาก Cleavland Headache Center ในสหรัฐ พบว่าการเสริม CoQ10 150 mg/d ช่วยลดความถี่ของไมเกรน งานวิจัยในสวิทเซอร์แลนด์ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ในการให้ CoQ10 100 mg วันละ 3 ครั้ง
เก๊กฮวย งานวิจัยพบว่า สารสกัดจากใบเก๊กฮวยแห้ง 125 mg/d ช่วยได้
ทริปโตแฟน เป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มระดับซีโรโทนินในสมอง serotonin เป็นสารสื่อประสาทสมอง อาหาร คาร์โบฮัยเดรทเชิงซ้อน ช่วยเพิ่มการดูดซึมทริปโตแฟนได้
หากยังคลื่นไส้ก็ใช้ขิง (ช่วยทำให้ท้องไส้สบายขึ้น)
กลิ่นคาโมมาย ช่วยคลายเครียด บำรุงประสาท บรรเทาปวด
ร่วมกับการประคบอุ่นบริเวณคอ + ศีรษะ
ในยุโรป พบว่าสมุนไพร Feverfew และสารสกัดจากรากของ Butterbur (Petasites hybridus หรือ Petasites rhizoma) ก็ช่วยป้องกันไมเกรนได้
ผู้ป่วยไมเกรนควรดื่มน้ำมากๆ ขนาด 30 cc/kg/d (โดยเฉพาะน้ำที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม) และออกกำลังกายพอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ
ชีวโมเลกุลเซลล์สมอง ต่อมไพเนียล หัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนการใช้ ENT (Electroneural Diagnosis and Therapy) ช่วยวินิจฉัยรักษา น่าจะมีบทบาทสำคัญในการร่วมซ่อมแซมเซลล์สมอง

  การออกกำลังกาย และ สมาธิบำบัด ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และอารมณ์ช่วยคลายเครียดการสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นการเพิ่มปริมาณ O2 นอกเหนือจากได้ภาวะสงบขณะสูดหายใจ

ควรหลีกเลี่ยง สิ่งกระตุ้น เช่น อาหารเครื่องดื่มบางชนิด โดยเฉพาะที่มีสารประกอบ amine ไทรามีน (Tyramine) เช่น เนยแข็ง หอมหัวใหญ่ ของหมักดอง ถั่วต่างๆ เนื้อย่าง รมควัน ของดอง ไวน์แดง เบียร์ ครีมเปรี้ยว ขนมอบซึ่งมียีสต์ผสม ไส้กรอก กล้วยสุก โดยสารไทรามีน ไปลดระดับซีโรโทนิน
ยังมีสารเจือปนในอาหารที่ควรเลี่ยง เป็นการสังเกตเฉพาะราย เช่น ดินประสิว ไนไทรต์ ผสมในเบคอน ฮอทดอก เนื้อหมัก ไส้กรอก แฮม อาหารรมควัน
นอกจากนี้ก็อาจเป็นพวกขนมปังใส่ยีสต์ ซุปก้อน
ซีอิ๊ว ปลาหมัก ถั่วปากอ้า เมล็ดถั่วลันเตา
ซัลไฟด์ เป็นสารที่ใช้หมักไวน์ + ผลไม้แห้ง
โมโนโซเดียมกลูตาเมต ผงชูรส ซึ่งอาจพบในขนมถุงทั้งหลาย
น้ำตาลเทียม Aspartam ก็อยู่ในข่ายต้องสงสัย













วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ธุรกิจหมอเส็งทำง่ายได้จริง



ธุรกิจหมอเส็งทำง่ายได้จริง
ทำง่ายเพราะ
1.สินค้าดีมีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูงสุด (อย. - ยาสาม้ญประจำบ้าน - GMP ฯลฯ )      2.สินค้าดีใช้แล้วได้ผล ประทับใจสูงสุด
3.ผลดีจากการใช้สินค้า  บุคคลอื่นเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จากตัวเรา มีความสนใจอยากใช้สินค้าตราหมอเส็ง เหมือนกับเรา เป็นผลให้เกิดการทำธุรกิจหมอเส็ง ต่อเนื่องทันที
4.ยา คือ 1 ในปัจจัย4 (สุขภาพมีปัญหาต้องทานยาจึงจะแก้ปัญหาสุขภาพได้ )
ธุรกิจ ธุรกิจ ธุรกิจ ทำไมต้องหมอเส็ง
1.ประธานหรือเจ้าของบริษัท ต้องดี
2.สถานที่ ต้องดี
3.สินค้า ต้องดี
4.ระบบการตลาด ต้องดี
5.ระบบความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของสมาชิกในองค์กร ต้องดี
6.สมาชิกรับรายได้จริงทุกๆวัน รายได้ต้องดี
1.ประธานหรือเจ้าของบริษัท ต้องดี

-คุณหมอเส็ง ปัจจุบันอายุ 75 ปี คุณหมอเส็งเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและการแพทย์แผนจีน ตั้งแต่่มีอายุเพียง 5-6 ขวบ จากคุณพ่อของท่าน  ซึ่งเป็นวิชาการแพทย์ประจำตระกูลของท่านเอง และมีการสืบสานถ่ายทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคน มีประวัติและหลักฐานที่ตกทอดกันมาหลายร้อยปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์ถังของประเทศจีน
-จากการที่คุณพ่อของคุณหมอเส็งเปิดร้านขายสมุนไพรและคลีนิครักษาผู้ป่วยที่ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา (ร้านฮกแซตึ๊ง)และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงมีการเปิดบ้านให้เป็นที่พักแก่พระธุดงค์ที่เดินทางผ่านมา คุณหมอเส็งจึงได้เรียนรู้วิชาการแพทย์แผนไทยจากพระธุดงค์ตั้งแต่อายุยังน้อยด้วย
- คุณหมอเส็งเริ่มนั่งเก้าอี้เป็นคุณหมอ แทนคุณพ่อตั้งแต่อายุ 18 ปี และเป็นหมอสมุนไพรเพียงอาชีพเดียวติดต่อมายาวนานจนถึงปัจจุบัน
- คุณหมอเส็งเป็นหมอที่ถูกต้องตามกฏหมาย มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ถึง 2 ฉบับ ( สาขาเวชกรรม และ สาขาเภสัชกรรม )
-คุณหมอเส็งเป็นหมอสมุนไพรของไทยเพียงตนเดียว ที่ชาวต่างชาติยอมรับ และเดินทางมาให้คุณหมอเส็งตรวจสุขภาพและจัดยาให้กลับไปทานที่บ้าน รวมทั้งบุคคลระดับไฮโซของไทยจำนวนมาก แม้ว่าค่าตัวในการตรวจรักษาของท่านจะแพงที่สุดในประเทศไทยก็ตาม

บรรยากาศการตรวจสุขภาพฟรีโดย คุณหมอเส็ง ทุกๆวันอาทิตย์ ที่สำนักงานใหญ่หมอเส็ง รังสิต ซึ่งมีผู้คนมารอตรวจไม่น้อยกว่า 400 คน ต่อวัน
2.สถานที่ ต้องดี



-สำนักงานใหญ่หมอเส็ง มูลค่ากว่า 1000 ล้านบาท สร้างด้วยเงินสดของท่านเอง

ด้านหน้าสำนักงานใหญ่หมอเส็ง

โรงแรมมาตราฐาน 3ดาว อยู่หลังอาคารสำนักงานใหญ่ รองรับผู้ที่มาจากต่างประเทศ

ล็อบบี้ของโรงแรม

ต้านหลังของโรงแรม มีร้านอาหาร-อาพาทเมนต์

 และคฤหาสน์ของน้องโป๊ยเซียน

ภาพถ่ายจากดาวเทียม พื้นที่ทั้งหมดของสำนักงานใหญ่หมอเส็ง


- โรงงานผลิตยาสมุนไพรหมอเส็ง เป็นโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในทวีปเอเซียในขณะนี้ และมีมาตราฐานการผลิตระดับโลก GMP  รับรองโดยกระทรวงสาธารณสุขและเป็นโรงงานของคุณหมอเส็งเอง สร้างด้วยเงินสดของท่านเองมูลค่ากว่า600ล้านบาท3.สินค้า ต้องดี 

                                                                                                                                            มีมาตราฐานความปลอดภัยสูงสุด และขึ้นทะเบียนยา ยาแผนโบราณ ตำรับ ยา สามัญประจำบ้าน 
ระดับความปลอดภัยมี 3 ระดับมาตราฐาน
1.มาตราฐานความปลอดภัย ฉลาก อย. (เป็นมาตราฐานความปลอดภัย สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเท่านั้น ใช้รักษาโรค ป้องกันและบำบัดอาการของโรคไม่ได้ )
2.มาตราฐานความปลอดภัย ฉลาก ยาแผนโบราณ หรือ ยาแผนปัจจุบัน ใช้รักษาโรค ป้องกันและบำบัดอาการของโรคได้ แต่ผู้


บริโภคต้องใช้ภายใต้การดูแล และควบคุมจาก แพทย์ และ เภสัชกร เท่านั้น
3.มาตราฐานความปลอดภัย ฉลาก ยาสามัญประจำบ้าน  เป็นมาตราฐานความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้บริโภค ไม่เป็นอันตราย และไม่มีผลอากาารข้างเคียงจากการใช้ยา ไม่ต้องอาศัยการดูแล ควบคุมและการจัดจำหน่ายโดยแพทย์และเภสัชกร  บุคคลทั่วไปทุกสาขาทุกอาชีพสามารถจัดจำหน่ายได้


4.ระบบการตลาด ต้องดี
@มีการจัดการประชาสัมพันธ์ยาหมอเส็ง ในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่่อง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลตรงกลุ่มเป้าหมาย ทำให้สมาชิกยาหมอเส็งที่ทำธุรกิจหมอเส็งสามารถจัดจำหน่ายยาหมอเส็งได้ง่ายขึ้นและมีการเจริญเติบโตในโลกของธุรกิจที่เร็วกว่าผลิตภัณฑ์เจ้าอื่นๆ




5.ระบบความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของสมาชิกในองค์กร ต้องดี ระบบอัพไลน์และดาวน์ไลน์ ทำงานร่วมกันไปด้วยกัน และเกื้อกูลกัน และมีความเป็นครอบครัวเดียวกัน  และคุณหมอเส็ง(ประธานบริษัท )คอยให้การสนับสนุนแก่สมาชิกทุกๆคน อย่างใกล้ชิด เหมือนคนในครอบครัว
6.สมาชิกรับรายได้จริงทุกๆวัน รายได้ต้องดี

@,มีการจ่ายผลตอบแทนทุกวัน ตามกติกาและแผนการตลาดหมอเส็ง โดยจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 1000 - 20000 บาทต่อวัน และไม่ต้องรักษายอด
หนังสือเจ้าสัวแสนล้าน หนังสือที่รวบรวมชีวประวัติ วิธีคิดและวิธีทำงานของเจ้าสัวแสนล้านที่เป็นคนไทยทั้ง25คน ที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมไทย และคุณหมอเส็งคือ 1ใน25 เจ้าสัวแสนล้าน







วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ไมเกรน ปวดหัวสุดๆ ปวดไม่รู้เวลา ปวดหัวจนเสียสุขภาพจิต

 ไมเกรน (อังกฤษ: Migraine) เป็นโรคปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติระบบประสาทที่หลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะซึ่งเป็นโรคเรื้อรังไม่หายขาดซึ่งอาจจะมีอาการเป็นครั้งคราว จึงควรได้รับการวินิจฉัยแยกจากกลุ่มที่มีอาการคล้ายไมเกรน เช่น Cluster Headche, Tension Headche ลักษณะที่สำคัญของไมเกรน ประกอบด้วย ส่วนใหญ่มักจะปวดศีรษะข้างเดียวประมาณ 60% หรือจะมีอาการปวดศีรษะทั้ง 2 ข้างก็ได้ โดยทั่วไปจะมีอาการปวดศีรษะนาน 4 - 72 ชั่วโมงและมักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเวียนศีรษะร่วมด้วย รวมถึงอาการกลัวแสงหรืออาการกลัวเสียงได้
แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไมเกรน มีทั้งให้การรักษาแบบไม่ใช้ยาโดยการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับพยาธิกำเนิด ปัจจัยกระคุ้นต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิถึชีวิต และการรักษาแบบใช้ยาโดยจำแนกออกเป็นยาป้องกันไมเกรนที่ต้องรับประทานทุกวันสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่ 3 ครั้งต่อเดือน และยารักษาอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน 

อาการแสดง

อาการปวดศีรษะไมเกรนมักจะปวดศีรษะครึ่งซีกแต่บางครั้งเป็นสองข้างก็ได้ โดยมักกินเวลาปวด 4-72 ชั่วโมงซึ่งมักจะมีการปวดตุ๊บๆและส่วนมากจะพบอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยรวมถึงอาจมีหรือไม่มีอาการนำทางสายตา เช่น เห็นแสงซิกแซก , แสงวาบ เป็นต้น โดยอาการปวดศีรษะไมเกรนแบ่งตามอาการนำได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
  1. Migraine without aura จะไม่มีอาการผิดปกติทางสายตานำมาก่อนการปวดศีรษะ มักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  2. Migraine with aura จะมีอาการผิดปกติผิดปกตินำมาก่อนการปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงซิกแซก , แสงวาบ โดยมักจะอาการเหล่านี้ก่อนปวดศีรษะ ประมาณ 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นจะมีอาการเหมือน migraine without aura

[แก้]อาการทางคลินิก

แบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ ระยะอาการนำ (Prodrome), ระยะออรา (aura), ระยะปวดศีรษะ, ระยะหายปวดศีรษะ (Resolution) และระยะภายหลังจากหายปวดศีรษะ (Postdrome) โดยอาการแสดงทางคลินิกผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการที่แตกต่างกัน เช่น migraine without aura จะไม่พบระยะออรา เป็นต้น
  • ระยะอาการนำ (Prodome) - จะพบอาการภายใน 24 ชั่วโมงก่อนมีอาการปวดศีรษะ เช่น หงุดหงิด อาการหิว ท้องเดิน ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย เหม็นกลิ่นอาหาร เป็นต้น ซึ่งจะอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนประมาณ 50% ของผู้ป่วยไมเกรน
  • ระยะออรา (aura) - จะพบอาการก่อนการปวดศีรษะประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบอาการผิดปกติทางสายตา เช่น เกิดจุดเมื่อมองวัตถุ เห็นภาพผิดขนาด เห็นภาพเพียงครึ่งเดียว แสงซิกแซก มองเห็นเป็นเส้นคลื่น ซึ่งจะอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนประมาณ 20% ของผู้ป่วยไมเกรน
  • ระยะปวดศีรษะ - มีอาการปวดศีรษะแบบจุดๆ ส่วนใหญ่จะปวดข้างเดียวแต่ก็พบที่ปวดศีรษะทั้งข้างได้เช่นกัน โดยมักจะมีเหล่านี้ร่วมด้วย ได้แก่ ปวดกระบอกตา ปวดต้นคอ คลื่นไส้อาเจียน กลัวแสง กลัวเสียง ซึ่งระยะมีระยะเวลา 4 - 72 ชั่วโมง
  • ระยะหายปวดศีรษะ (Resolution) - อาการปวดศีรษะมักจะหายไปหลังจากที่ได้พักผ่อน เช่น การนอนหลับ
  • ระยะภายหลังจากหายปวดศีรษะ (Postdrome) - หายจากอาการปวดศีรษะแต่ร่างกายมีอาการอ่อนล้า ศีรษะตื๊อๆ ความคิดไม่แล่น เฉยเมย จึงควรที่จะนอนพัก

[แก้]ปัจจัยกระตุ้นอาการปวดศีรษะไมเกรน

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคไมเกรน มีหลากหลาย ผู้ป่วยแต่ละรายควรสังเกตว่าปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นอาการปวดศีรษะในตัวเองซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้น ซึ่งปัจจัยกระตุ้นได้แก่
  • อาหาร - อาหารบางชนิดกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้เช่น คาเฟอีน, สารไทรามีนเช่น ชีส ผงชูรส (monosodium glutamate) ช็อกโกแลต สารที่ให้รสหวาน เช่น aspartame ผลไม้รสเปรี้ยว โยเกิร์ต และสารไนเตรทเช่น ไส้กรอก เป็นต้น
  • ระดับฮอร์โมน - ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น ช่วงที่มีประจำเดือน รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ได้รับฮอร์โมนทดแทน และกำลังตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • สภาพร่างกาย - สภาพร่างกายที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น นอนไม่พอ เครียด ทำงานหนักมากเกินไป และอดอาหาร เป็นต้น
  • การออกกำลังกาย - การออกกำลังกายที่มากเกินก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการปวดหัวไมเกรนได้
  • สภาวะแวดล้อม - สภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น อาการร้อนหรือหนาวจัด แสงแดดจ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น กลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นน้ำหอม เป็นต้น
  • ยาและสารเคมีบางชนิด - ยาและสารเคมีบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะได้ เช่น nitroglycerine, Hydralazine, Histamine, Resepine เป็นต้น